Umenohana ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Kaiseki ที่มีประวัติยาวนานกว่า 40 ปี

ร้านอุเมะโนะฮานะตั้งอยู่ในอาคารนิฮอนมูระมอลล์ชั้น 2 ซอยทองหล่อ 13 สามารถเข้าได้จากซอยสุขุมวิท 49 ก็ได้ค่ะ ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านนี้จะนำเสนอทั้งเมนูอาหารประเภทเต้าหู้ ปู และมีเมนูเสริมอื่นๆเช่น ปลาดิบและเนื้อเกรดพรีเมี่ยมอย่างเนื้อวัวคุโระเกะวากิว การเสิร์ฟอาหารสไตล์ไคเซกิ (Kaiseki) ถือเป็นการเสิร์ฟอาหารแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมซึ่งจะเสิร์ฟให้กับลูกค้าทีละจานเพื่อคงความสดใหม่ของอาหาร

S__89260061

ความฮือฮาของร้านนี้คือในประเทศดินแดนปลาดิบมีร้าน Umenohana กว่า 70 สาขาทั่วเกาะญี่ปุ่นได้แล้วค่ะ *O*

หลักการเสิร์ฟแบบไคเซกิมีองค์ประกอบหลักดังนี้ค่ะ

  1. โคบาชิ (อาหารเรียกน้ำย่อย)
  2.  มูชิโมโนะ (อาหารนึ่ง)
  3. ออนโมโนะ (อาหารอุ่น)
  4. มุโคะซึเกะ (ปลาดิบ)
  5. อะซึเกะบาชิ (อาหารจานหลัก)
  6. นิโมโนะ (อาหารต้ม)
  7. ยากิโมโนะ (อาหารย่าง)
  8. อาเกะโมโนะ (อาหารทอด)
  9. ฮันโมโนะ (ข้าว) / ชิรุโมโนะ (ซุป) / ซึเกะโมโนะ (ผักดอง)
  10. ขนมหวาน

S__89260062

เรื่องการบริการของร้านนี้เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากญี่ปุ่นโดยแท้เลยค่ะ เพราะพนักงานเสิร์ฟจะผ่านการอบรมมาอย่างเข้มงวด ขนาดคุณพ่อพัชยังบอกเลยว่าที่นี่บริการดีจริงๆ

IMG_2085

พอเข้าไปในร้านพัชยังงงๆอยู่เลยค่ะ มีร้านที่ตกแต่งแบบนี้อยู่ใจกลางเมืองด้วยหรอเนี่ย เพราะแม้แต่ห้องโถงทางเดิน รวมถึงห้องอาหารยังถอดแบบมาจากบ้านญี่ปุ่นเป๊ะๆเลย

เครื่องดื่มที่สั่งมาวันนั้นคือ Yuzu Tonyu ซึ่งก็คือน้ำนมเต้าหู้ที่มีส้มยูสุเป็นส่วนผมค่ะ ระหว่างดื่มก็จะสัมผัสได้ถึงเนื้อเต้าหู้กลิ้งๆอยู่บนลิ้นเราด้วย มีรสเปรี้ยวๆของส้มติดมานิดหน่อย :3 และ Maccha Tonyu ก็คือน้ำนมเต้าหู้ผสมชาเขียว แก้วนี้จะมีความหวานมากกว่าส้มยูสุนิดหน่อย แต่ความหอมของชาเขียวนี่ใช้ได้ทีเดียวค่ะ รสชาตินวลๆกำลังดี

 

คอร์สที่ทานวันนั้นคือ Umenohana Zen เป็นเมนูไคเซกิที่รวมรายการอาหารขายดีของทางร้านมาไว้ด้วยกัน ซึ่งมีอาหารทั้งหมด 13 จานด้วยกันค่ะ ชุดแรกที่มาเสิร์ฟเลยก็คือ Assorted Appetizers หรือก็คือเมนูออร์เดิร์ฟนั่นเอง จะมีทั้งหมดสามอย่างด้วยกัน

S__89260064

เจ้าสี่เหลี่ยมสีขาวนี่คือนมสดตีรวมกับครีมค่ะ รสชาติก็จะนวลๆได้ความหวานจากซอสยูสุมิโสะมาช่วยทำให้ความรู้สึกเหมือนกับทานเต้าหู้เลย

IMG_2086

ถ้วยนี้เป็นสลัดผักค่ะ

IMG_2088

ตามมาด้วยเจลลี่ปู จะเรียกว่าเจลลี่ก็ไม่เชิงนะคะเพราะมีความรู้สึกว่าเนื้อส่วนใหญ่จะเป็นน้ำซุปไม่ใช่เจลลี่เหนียวๆ แถมมีความหอมในขณะเคี้ยวด้วย

IMG_2091

IMG_2094

ตามมาด้วยเมนูสุดฮิตของร้านUmenohana อย่างไข่ตุ๋น (steamed egg custard) ซึ่งมีเนื้อแสนจะนวลและรสชาติที่กลมกล่อม ไม่เค็มไป ทันทีที่ตักเข้าปากเนื้อไข่ตุ๋นก็แทบจะละลายไปเองจริงๆค่ะ (ยืนยันว่าไม่ได้เวอร์จริงๆนะ โอ๊ตก็บอกแบบนั้น :3)

เรียกน้ำย่อยกันต่อด้วยเมนู Shiromi Sashimi หรือซาชิมิปลาขาวค่ะ แต่ละคนจะได้ในปริมาณที่เท่ากันคือ 3 ชิ้น และชิ้นปลาจะถูกสไลด์มาได้อย่างพอดีคำ เนื้อปลาไม่หนาและไม่บางจนเกินไปค่ะ ไม่เหม็นคาวและไม่เหนียว คุณภาพเทียบกับร้านปลาดิบดีๆในประเทศไทยได้เลย

ต่อมาก็คือขนมจีบเต้าหู้ค่ะ มาเสิร์ฟตอนร้อนๆเลย ชิ้นใหญ่พอสมควร พัชโดนเจ้านี่ไปเริ่มจะรู้สึกถึงความอิ่มแล้ว 555 เรื่องรสชาติก็กลางๆค่ะไม่จืดไปไม่จัดไป ไม่สงสัยเลยว่าทำไมคอร์สนี้ถึงได้เป็นคอร์สของคนรักสุขภาพ

IMG_2127

เมนูที่ 5 ก็คือ Renkon Manju ซึ่งวัตถุดิบหลักทำมาจากรากบัว มีความกรุบกรอบทำให้คนกินไม่เบื่อค่ะ ส่วนเจ้าเส้นๆบางๆที่เห็นอยู่ในถ้วยนั่นคือฟองเต้าหู้ที่ทางร้านได้ทำขึ้นมาเองเช่นกัน

IMG_2133

มาถึงกลางทางแล้วพระเอกของงานก็เปิดตัวออกมา Fuku Fuku Tofu ซึ่งเป็นเต้าหู้ทำสดเสิร์ฟพร้อมกับซอสมาโบและซอสอังคาเคะ

IMG_2136

หน้าตาคล้ายๆเต้าฮวยเลยค่ะ :3

IMG_2139

Hikiage Yuba เป็นอีกเมนูหนึ่งที่ทาง Umenohana ภูมิใจนำเสอมากๆค่ะเพราะเค้ามีเสน่ห์ตรงที่ผู้รับประทานสามารถทำฟองเต้าหู้เองและรับประทานกันสดๆตรงนั้นได้เลย ซึ่งในแต่ละแผ่นจะใช้เวลาประมาณ 3-5 นาทีในการจับตัวกันเป็นแผ่นๆค่ะ

S__89260063

IMG_2105

หลังจากนั้นก็ใส่น้ำซอสโชยุที่เชฟเตรียมมาให้พร้อมกับขูดผิวส้มยูสุโรยด้านบนเพื่อเพิ่มความหอม

IMG_2108

ถึงแม้น้ำซอสจะมีสีน้ำตาลแต่ก็ไม่ได้เค็มอย่างที่คิดค่ะ คนที่กลัวเรื่องบวมน้ำเนื่องจากทานอาหารเค็มสามารถทานได้หายห่วง :3

IMG_2122

เจ้าสองสหายนี่มีชื่อว่า Namafu Dengaku ซึ่งทำมาจากแป้งข้าวจ้าวย่างบนเตาถ่าน จึงทำให้มีลักษณะผิวข้างนอกกรอบและด้านในนิ่ม สีเขียวมีส่วนผสมของสมุนไพรญี่ปุ่น (อาวาฟุ) และสีเหลืองเป็นแป้งโยโมกิฟุค่ะ ทั้งสองมีความหวานติดอยู่ที่ซอสนิดหน่อย พัชชอบทานขนมที่หนึบๆแบบนี้อยู่แล้วด้วย เมนูนี้จึงชอบมากเป็นพิเศษเลยค่ะ

IMG_2145

โดยทั้งสองอย่างนี้เป็นแป้งจำพวกกลูเตนซึ่งทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติทั้งคู่เลย

ถ้าคุณคิดว่าหมดแล้ว ยังค่ะ ยังมีอีก เมนูที่ 8 ยังมาเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง 5555 Yuba Age หรือก็คือเต้าหู้ทอด เมนูนี้คุณพ่อพัชชอบมากค่ะ คุณพ่อบอกว่าอารมณ์คล้ายๆฮื่อก้วย เพราะผิวด้านนอกจะห่อด้วยแผ่นปลาบางๆ แต่พัชว่ามันอมน้ำมันไปนิดค่ะ เลยไม่ค่อยถูกปากสักเท่าไร

จานที่ 9 คือ Yuba Gratin ซึ่งมีส่วนผสมของ white sauce และ ครีมซอสเป็นหลัก ยิ่งมีเกล็ดขนมปังกรอบๆโรยอยู่ด้านบนด้วยแล้วยิ่งทำให้แฟนชีสอย่างโอ๊ตทานไม่เหลือเลยค่ะ

IMG_2163

และเมนูอาหารคาวสุดท้ายก็คือข้าวสวยญี่ปุ่น ผักดอง เสิร์ฟพร้อมกับซุปมิโสะร้อนๆค่ะ เราอาจจะคิดว่าเฮ้ยทำไมมันดูธรรมดาจัง แต่ ณ จุดๆนั้นพัชบอกเลยว่าอิ่มกันมากๆแล้ว พัชทำได้แค่ซดซุปมิโสะพร้อมกับคีบข้าวเข้าปากไปหนึ่งคำเท่านั้นค่ะ

IMG_2173

ซุปมิโสะของทางร้านค่อนข้างเข้มข้นมาก บอกได้เลยว่าถ้าท้องยังว่างๆอยู่ก็คงต้องขอลองดูสักตั้ง กับการที่ทานผักดองกับข้าว พร้อมซดน้ำซุปร้อนๆนี่แหละ

IMG_2174

ยังไม่หมดแค่นั้นค่ะทางร้านยังนำปูทาราบะนึ่งสดๆมาให้ทานกันอีก แล้วก็ไม่ผิดหวังค่ะ เนื้อปูแน่นและถือว่าสดมาก ไม่ต่างกับการไปกินที่แดนปลาดิบเองเลย (เมนูนี้อยู่นอกเหนือ

IMG_2161

คอร์ส Kaiseki นี้จะจบลงไม่ได้ถ้าหากขาดของหวานไปค่ะ ซึ่งมีตัวเลือกให้ทั้งหมด 3 รายการคือ

  1. Mineoka Fruits (เต้าหู้นมสดผลไม้)
  2. Tofu Pudding (พุดดิ้งเต้าหู้)
  3. Ice cream

มาเริ่มจาก Mineoka fruits หรือเต้าหู้นมสดกันก่อนเลยค่ะ เซอร์ไพร์ของเมนูนี้ก็คือจะมีโมจิอยู่ด้านในถ้วยด้วย ความหวานเราจะได้จากผลไม้เลยค่ะ ดังนั้นสาวๆที่ห่วงเรื่องปริมาณน้ำตาลจะเกินถ้าเลือกเมนูนี้เป็นเมนูปิดท้ายก็หายห่วงไปเลย

IMG_2184

ตามมาด้วย Tofu Pudding ตัวนี้พัชชอบมากกกกกค่ะ เนื้อพุดดิ้งหอมและนุ่มมาก ยิ่งทานคู่กับน้ำตาลทรายแดงที่โรยมาด้านบนด้วย บอกได้คำเดียวว่าฟินสุดๆค่ะ

IMG_2182IMG_2181

ของหวานถ้าเป็นไอศครีมก็จะธรรมดาไปหน่อยค่ะ พัชเลยสั่ง Maccha monaka with red beans ซึ่งเป็นเมนูแนะนำของทางร้านมาลอง ในจานจะมีโมจิกลมๆเล็กๆสองลูก ไอศครีมชาเขียวและถั่วแดง ประกบหัวท้ายด้วยแผ่นวาฟเฟิลกรอบๆ (ใจก็ยังแอบชอบ Tofu Pudding มากที่สุด :P)

IMG_2179

สำหรับค่าใช้จ่ายในคอร์ส Kaiseki นี้อยู่ที่ 1,250 บาทต่อคนค่ะ สิ่งที่พัชชอบนอกจากอาหารและบริการของร้านนี้เลยก็คือห้องทานอาหารส่วนตัวที่ถูกอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นโดยที่ทางร้านไม่มี minimum spending (ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในการเปิดห้อง) หรือค่าห้องเพิ่มเติมใดๆทั้งสิ้นเลยค่ะ ใครสนใจและมีเวลาพัชอยากแนะนำให้ไปลองสักครั้งนะคะแต่อย่าลืมโทรจองห้อง/โต๊ะก่อนด้วยนะคะ เพราะร้านนี้จะมีชาวญี่ปุ่นไปทานอยู่ทั้งกลางวันและเย็นทำให้บางทีเราเดินเข้าไปเลยอาจจะไม่มีโต๊ะนั่งก็ได้น๊า Happy Eating ค่า

B4887248-B2FC-4CE7-A5DC-3E64EBB085D4

Location: Umenohana @ 2nd fl. Nihonmura Mall Thonglor 13

Score: ◉ ◉ ◉ ◉ ◎

Opening hour: 11:00-15:00 & 18:00-23:00

Parking: Yes

Average spend/person: THB 501-1,000

Contact Number: Thai speaker 084-438-3892, Japanese speaker 082-993-1193

_______________________

Follow me at:
FB: http://www.facebook.com/tinypach
IG: @tinypach
Website: www.tinypach.com

 

Advertisements