มื้อพิเศษกับคนพิเศษ ที่ Mizu by Sankyodai คอซูชิไม่ควรพลาดกับประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นสไตล์ Edomae (เอโดะมาเอะ)

ร้าน Mizu เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นร้านลูกที่อยู่ในเครือเดียวกับ Sankyodai อ่านรีวิวร้านSankyodai โดยตั้งอยู่ในตึกชาญอิสระชั้น G ค่ะ สำหรับคนที่เดินทางโดยรถส่วนตัวสามารถนำเข้าไปจอดภายในอาคารแล้วเอาบัตรไปแสตมป์เพื่อจอดฟรีได้ 2 ชั่วโมงเลย หรือใครที่อยากจะเดินทางมาโดย BTS ก็สามารถลงที่สถานีศาลาแดงได้ค่ะ ดูแผนที่ร้านIMG_4322

IMG_4328

IMG_6904

ภายในจะมีทั้งโต๊ะแบบเค้าเตอร์บาร์ และโต๊ะนั่งส่วนตัวค่ะ ร้านเป็นขนาดเล็กๆรองรับแขกได้ประมาณ10-20คน ดังนั้นถ้าหากช่วงเทศกาลใครที่วางแผนจะเข้าไปทานอาหารก็ควรจะโทรจองหรือเช็คก่อนสักนิดนึงนะคะ จะได้ไม่ไปเก้อเนอะ

IMG_4338

IMG_4352

พัชกับโอ๊ตเลือกนั่งตรงซูชิบาร์ค่ะ เพราะความชอบเหมือนกันคือ ชอบมองคนทำอาหาร ยิ่งทำให้เรากินด้วยนะ อื้อหืออออออ เป็นการยั่วกิเลสตัวเองโดยแท้เลยล่ะ

IMG_6907

IMG_6909

IMG_6913

สำหรับ Omakase Course ของทางร้านจะเริ่มตั้งแต่เวลา 18:00 เป็นต้นไปค่ะ ซึ่งครั้งนี้เชฟที่ดูแลพัชกับโอ๊ตก็คือเชพเอ็มผู้มีประสบการณ์การปรุงอาหารญี่ปุ่นมากว่า 15 ปี ในภาษาญี่ปุ่นคำว่า Omakase หมายความว่า “ฉันเชื่อใจคุณ” ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในร้านซูชิแล้วจะสื่อความหมายออกมาได้ว่า ลูกค้าจะยกใช้เชฟใช้ประสบการณ์ ฝีมือ และความรู้ที่มีในการจัดเตรียมอาหารทุกอย่างมาให้เราเอง

IMG_6918

แอบมองจากวิธีการเก็บรักษาวัตถุดิบแล้วเริ่มมีการคาดหวังเกิดขึ้นค่ะ 5555

IMG_6915

สำหรับ Omakase Course ที่ Mizu by Sankyodai จะมีทั้งหมด 3 แบบให้เลือกด้วยกัน

  1. Kaiyou Course (ราคา 2,000 บาท)
    • Starter
    • Sushi 9 ชิ้น
    • ขนมหวาน
  2. Kisetsu Course (ราคา 3,500 บาท)
    • Starter
    • Sashimi
    • Sushi 12 ชิ้น
    • Side dish
    • ขนมหวาน
  3. Mizu Tokusen Course (ราคา 5,000 บาท)
    • Starter
    • Special appetizer
    • Sashimi
    • Sushi 12 ชิ้น
    • Premium Side dish
    • Special dish
    • ขนมหวาน

ซึ่งที่พัชกับโอ๊ตทานในวันนั้นก็คือเซตที่สองค่ะ Kisetsu Course

IMG_4360

วาซาบิที่ทางร้านใช้ปรุงอาหารและเสิร์ฟลูกค้าก็เป็นวาซาบิขูดสดๆ ไม่ใช่วาซาบิสำเร็จรูปหรือวาซาบิแบบผสม ข้อแตกต่างเด่นๆเลยก็คือเนื้อจะหยาบกว่า และไม่ฉุนเท่ากับวาซาบิสำเร็จรูปค่ะ

IMG_4372

IMG_4369

IMG_4418

เริ่มคอร์สด้วยปลาShirauoในซอสที่เสิร์ฟมาบนผักต้มค่ะ เรื่องรสชาติจะมีความเค็มของซอสอยู่นิดหน่อย รสยังไม่จัดมาก

IMG_6662 เมนูเรียกน้ำย่อย ทำให้หิวก่อนเลย

IMG_6935

เมนูต่อมาก็คือ Awabi Sashimi หรือก็คือหอยเป๋าฮื้อนั่นเองค่ะ texture ก็จะหนึบๆแต่ไม่เหนียว มีรสหวานธรรมชาติมาจากหอยอยู่แล้วจึงไม่ต้องปรุงแต่งมาก

IMG_6939

จากนั้นเชฟจึงจัดจานพร้อมเครื่องเคียงมาให้สำหรับทานคู่กับ Sashimi ตัวต่อๆไปค่ะ ในจานจะมีหัวไช้เท้าขูดและUmi-budou (สาหร่ายพวงองุ่น) ซึ่งเราจะทานเท่าไรก็ได้ค่ะ เชฟจะนำมาเติมให้เรื่อยๆ

IMG_6941

ซาชิมิตัวต่อมาก็คือหนวดหมึกค่ะ ซึ่งจะสด หนึบและไม่เหนียว ที่สำคัญไม่เหม็นคาวด้วย 😀

IMG_6947

ตอนเชฟเสิร์ฟเจ้านี่มาพัชกับโอ๊ตก็กรี๊ดกร๊าดค่ะ เจ้าแห่งปลาดิบอย่างปลาโอโทโร่เปิดตัวเร็วจัง ❤ ผิวด้านนอกของปลาจะถูกทำให้สุกโดยการหมักกับเครื่องปรุงซึ่งเป็นสูตรลับของเชฟแต่ละท่านเลย มันของปลาจัดว่ากำลังดีค่ะ ไม่มันจนเกินไป

IMG_6952

ก่อนที่จะเข้าสู่ Omakase Course อย่างจริงจัง เชฟก็ยื่นเจ้าสาหร่ายห่อมาให้ทานล้างปากกันก่อน ด้านในจะมีข้าวที่ถูกปรุงรสด้วยซอส Negitoro (ปลาโอโทโร่สับ) และ Ikura (ไข่ปลาแซลมอน) เมื่อได้มาแล้วต้องรีบทานเลยค่ะ เดี๋ยวสาหร่ายอ่อนตัวลงแล้วจะไม่อร่อย

IMG_6954

IMG_7012

IMG_6956

ตามมาต่อด้วย Ika Nigiri หรือก็คือซูชิหมึกค่ะ ซึ่งเซฟเอ็มจะขูดผิวมะนาว (Lemon) โรยมาด้านบนช่วยให้เราได้กลิ่นหอมของเปลือกมะนาวระหว่างเคี้ยวด้วย เรื่องความสดและรสชาติก็ไม่ผิดหวังค่ะ หมึกไม่เหนียว ไม่เหม็นคาว และข้าวก็ไม่แข็ง ไม่จับตัวกันเป็นก้อน มีความอุ่นจากมือของคนปั้นในอุณภูมิที่กำลังดี

IMG_6964

IMG_6966

สำหรับคำอื่นๆก็ไม่ผิดหวังค่ะ เรียงกันเข้ามาไม่ขาดสาย ปกติพัชกับโอ๊ตเป็นคนค่อนข้างละเอียดในเรื่องรสชาติอาหารญี่ปุ่น แต่ร้าน Mizu by Sankyodai ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย ที่สำคัญระหว่างการทานอาหารเรายังสามารถพูดคุยกับเซฟแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องอาหารได้ด้วยค่ะ 😀

IMG_6958

IMG_6969

IMG_6970

ทีแรกพัชเห็นเจ้านี่แล้วหน้าเบ้เลยเพราะปกติไม่ชอบทานปลาซาบะ พัชรู้สึกว่ามันไม่อร่อย เนื้อแห้งไปและมีความเปรี้ยว/เค็มที่โดด แต่เซฟเอามาเสิร์ฟให้วันนี้ก็ต้องลองแล้วแหละ พอทานเข้าไปเป็นครั้งแรกเลยค่ะที่ “ทานเนื้อปลาซาบะที่ไม่แห้ง” และมีรสชาติที่กำลังพอดี

IMG_6978

ตามด้วย Uni Sushi หรือก็คือซูชิหน้าไข่หอยเม่นนั่นเอง

IMG_6979

IMG_6984

จานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ทานระหว่างพักเบรคของคอร์สค่ะ เป็นปลาShirauo (ปลาเงิน) ทอด บีบทานคู่กับมะนาวแก้เลี่ยนได้ดีทีเดียว

IMG_6986

IMG_6992

แล้วเซฟเอ็มก็ปล่อยเจ้าแห่งปลาดิบออกมาอีกครั้ง Otoro, Chutoro และ ปิดท้ายด้วย Akami (ซูชิสามคำนี้นี้มาจากปลาชนิดเดียวกันนะคะ ซึ่งจะแตกต่างกันแค่ปริมาณไขมันของปลาที่แทรกอยู่ในเนื้อเท่านั้นเอง เรียงจากความมันมากไปน้อยก็จะได้ตามที่พัชเพิ่งเขียนเรียงลำดับมาด้านบนเลยค่ะ)

IMG_7009

IMG_7006

IMG_7001

การทานซูชิจะจบลงไม่ได้ถ้าขาด Tamago ซึ่งทางร้าน Mizu ทำออกมาได้อย่างแตกต่างกับร้านอื่นๆโดยสิ้นเชิง เพราะtextureของทางร้านจะเป็นเนื้อ Custard มากกว่าที่จะเป็นเนื้อไข่ล้วนๆ ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ของพัชเหมือนกันค่ะ

IMG_7013

IMG_7016

Custard Tamago จะมีรสชาติหวานโดดเด่น ถ้าใครที่ชอบทานเนื้อ Custard ฟูๆน่าจะชอบ แต่สำหรับพัชยังไม่ค่อยถูกใจเท่าไรเพราะทุนเดิมเป็นคนที่ไม่ชอบทานไข่ และอาหารที่เนื้อเค้กฟูๆอยู่แล้วด้วย

IMG_7017

ก่อนที่ของหวานจะมาเสิร์ฟก็ล้างปากกันอีกครั้งด้วยซุปหอยค่ะ

IMG_7020

ไอศครีมทางร้านจะมีให้เลือกทั้งหมด 4 รสชาติด้วยกัน

IMG_7023

ที่ถูกใจพัชกับโอ๊ตมากที่สุดเห็นจะเป็น Umeshu หรือไอศครีมเหล้าบ๊วยค่ะ จะมีกลิ่นแอลกอฮอล์ที่โดดเด่น (แต่ไม่แรงจนเกินไป) และมีความหวานและเค็มนิดๆติดมาด้วย บวกกับความหอมของบ๊วย ของหวานตัวนี้เรียกว่าลงตัวสุดๆIMG_7024

ร้านนี้พัชแนะนำจริงๆค่ะสำหรับคนรักซูชิ อยากให้ได้ไปลองทานกันราคาอาจจะสูงกว่าร้านตามห้างหรือท้องตลาดทั่วไปแต่คุณภาพอาหารและรสชาติที่เราได้กลับมาบอกได้เลยว่าคุ้มค่ากับราคาจริงๆ Happy Eating ค่ะทุกคน

Location: Mizu by Sankyodai @ อาคารชาญอิสระ BTS ศาลาแดง

Score: ◉ ◉ ◉ ◉ ◉

Opening hour: Everyday 11:30-14:30 & 17:00-22:00

Average spend/person: THB 1,000+

Contact Number: 02-632-6660

_______________________

Follow me at:
FB: http://www.facebook.com/tinypach
IG: @tinypach
Website: www.tinypach.com

Advertisements