Haru Izakaya & Sushi Bar ความอร่อยที่คุ้มค่ากับราคาที่น่ารัก

ยังไม่ได้หายไปไหนนะคะ พอดีช่วงนี้งานนอกงานในตีกันวุ่นไปหมด กำลังทะยอยปล่อยรีวิวออกมาให้อ่านกันอยู่ค่ะ 😀

วันนี้พาไปชิมกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นน้องใหม่ เพิ่งเปิดให้บริการได้ 3 เดือนเท่านั้น Haru เป็นร้านอาหารสไตล์ Izakaya & Sushi Bar หรือซึ่งก็คือร้านเหล้าญี่ปุ่นที่เน้นขายกับแกล้มมากกว่าข้าวมื้อหนักๆนั่นเอง

IMG_4611

ร้านตั้งอยู่ในซอย โยธินพัฒนา 11 ค่ะ ดูแผนที่ร้าน

S__3055646

ภายในบริเวณร้านมีที่จอดรถรับรองได้กว่า 40 คันค่ะ หมดปัญหาแย่งที่จอดกันแน่นอน 🙂 ทางตึกด้านนอกของร้านถูกออกแบบโดยอิงกับการพับกระดาษแบบญี่ปุ่น (Origami) เป็นรูปนกกระสา ทำให้เราสังเกตเห็นตึกได้ไม่ยากเลย

IMG_4597

IMG_4595

ภายในก็จะมีทั้งโต๊ะแบบซูชิบาร์ โต๊ะเดี่ยว โต๊ะนั่งแบบ opened air และห้องส่วนตัวค่ะ

IMG_4562

IMG_4567

IMG_4599

พี่นัชเจ้าของร้านบอกว่า Haru มีความหมายว่า ฤดูใบไม้ผลิ จึงทำให้โลโก้ของทางร้านเป็นรูปดอกซากุระซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลินั่นเอง 😀

IMG_4566

IMG_4591

ในฤดูใบไม้ผลินอกจากจะมีดอกซากุระที่เบ่งบานแล้ว ก็ยังมีดอก Ayame (อายาเมะ) และดอก Sumire (ซึมิเระ) ซึ่งทั้งสองจึงถูกนำมาตั้งเป็นชื่อห้อง Private Function ของที่ร้าน Haru ด้วยค่ะ

IMG_4568

IMG_7027

สำหรับใครที่กำลังทานเจอยู่ในช่วงนี้ ทางร้านก็มีบริการเสิร์ฟเมนูอาหารเจญี่ปุ่นให้ด้วยนะคะ (เกาะกระแสมาก พัชไม่ได้ทานเจเลยไม่ได้ชิมค่ะ แต่โอ๊ตลองชิมดูข้อความด้านล่างเลยยกให้เค้าเป็นคนเขียนบรรยายแทนแล้วกันนะคะ :P)

IMG_6662 ::  เมนูนี้มีชื่อว่าสเต็กเต้าหู้เจกระทะร้อน (Tofu no Teppan Steak) ราคา 239 บาทครับ น้ำซอสของทางร้านปรุงออกมาได้ดีมากๆ ซอสมีรสชาติหวานนำ กินแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นอาหารเจเลยครับ 55555

IMG_7057

IMG_7058

ข้าวผัดเจ

IMG_1796 :: โอเคหมดหน้าที่ของโอ๊ตแล้วค่ะ กลับมาที่พัชต่อ 5555 อาหารไม่เจจานแรกที่มาเสิร์ฟเลยก็คือ สลัดยำปลาแซลมอน “YUM” Salmon Salad เดาไม่ยากเลยค่ะว่าเมนูนี้เป็นลูกผสมระหว่างอาหารไทยและญี่ปุ่นแน่นอน 🙂 ถือว่าทางร้านทำออกมาได้ไม่เลวเลย ปลาไม่มีกลิ่นคาวและไม่เหนียวค่ะ (แสดงว่าเซฟเลือกเป็นนะเนี่ยว่าควรใช้ส่วนไหน) อ้อ จานนี้ราคา 189 บาทค่ะ

IMG_7031

อีกหนึ่งเมนูสลัดก็คือสลัดปลาเงิน หรือก็คือปลา Shirauo นั่นเอง ค่าบาดเจ็บจานนี้ก็ไม่หนักเกินไปค่ะ 249 บาท

IMG_7036

ทานไปได้สักพักนึงอาหารก็เริ่มทะยอยต่อกันมาเรื่อยๆค่ะ เมนูเสียบไม้ด้านล่างนี่คือ Kushi Yaki Moriawase (Large) ซึ่งเป็นเซตที่ทางร้านจัดมาให้ทั้งหมด 5 ไม้ด้วยกัน (ราคา 249 บาท) แนะนำว่าควรทานตอนกำลังร้อนๆค่ะ เพราะจะได้รสชาติมากๆ ซอสของทางร้านจะไม่เหมือนกับที่อื่น ตัวพัชเองเคยทานร้านอาหารสไตล์ Izakaya มาอยู่สองประเทศด้วยกัน ก็คือนิวซีแลนด์และไทย (ถือว่าน้อยมาก 555) บอกได้เลยว่าน้ำซอสแต่ละที่ก็จะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไปค่ะเนื่องจากแต่ละที่จะมีสูตรและวิธีการเคี่ยวของพวกเขาเอง

IMG_6662 :: ลิ้นวัวย่างอร่อยมากกกกกก

IMG_1796 :: ส่วนตัวพัชชอบ Kurobuta Bara (หมูดำสามชั้นย่าง) ซึ่งมีความมันกำลังดี และ Gyu Tan Yaki (ลิ้นวัวย่าง) เพราะเคี้ยวง่ายไม่เหนียวเลย เรื่องความหอมก็ไม่ผิดหวังค่ะ ทางร้านใช้ถ่านในการย่างจึงทำให้มีกลิ่นหอมที่เตะจมูกและกรุ่นอยู่ในปากระหว่างเคี้ยว

IMG_7047

IMG_7048

อีกหนึ่งไฮไลท์สำหรับเมนู Kushiyaki ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ Onsen Tamago Nose Tsukune หรือก็คือ ไก่บดย่างกับไข่องเซ็น วิธีกินที่ทางร้านแนะนำมาก็คือตัดแบ่งไก่ที่ปั้นเป็นลูกแล้วออกเป็นสองชิ้น แล้วค่อยจุ่มลงไปในไข่องเซ็นจะช่วยให้ได้รสชาติมากขึ้นค่ะ (เซตเดี่ยวราคา 69 บาท)

IMG_7053

เมนูนี้เอาใจสาวๆหนุ่มๆที่อยากหน้าเด้งกันสุดๆค่ะ เพราะทางร้านมีการให้คอลลาเจนก้อนมาใส่ลงไปในหม้อด้วย 😀 หม้อนี้คือ Buta Nabe หม้อไฟญี่ปุ่นหมู (ราคา 289 บาท) จุดเด่นของอาหารเมนูนี้ก็คือน้ำซุปที่เคี่ยวกำลังได้ที่และเนื้อหมูดำสไลด์ค่ะ ทีแรกพัชกลัวว่าต้มหมูไปนานๆจะทำให้เนื้อหมูแข็งและไม่อร่อย เลยตักขึ้นมาก่อนชิ้นนึง แล้วปล่อยอีกชิ้นนึงไว้ให้อยู่ในหม้อจนกระทั่งหายร้อน ปรากฏว่าก็ไม่แข็งค่ะ 😀

IMG_7037

IMG_7040

ก้อนคอลลาเจน

ของเล่นที่เป็นไฮไลท์ เอ้ย อาหาร ที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอเลยก็คือเจ้านี่ค่ะ ข้าวหมูอบสามชั้น Buta Kakuni Samameshi ซึ่งจะมีขายเฉพาะช่วงเย็นเนื่องจากใช้เวลาในการเตรียมนานมาก 30 นาทีในครัว และอีก 15 นาทีบนโต๊ะอาหารค่ะ ตอนมาเสิร์ฟพนักงานจะบอกว่าทานได้ก็ต่อเมื่อไฟใต้เตาดับแล้วนะคะ (ราคา 329 บาท)

IMG_7044

พัชแอบซนค่ะ ขอเปิดดูนิดนึงงงง โอเคทุกอย่างยังไม่สุกดี ถ่ายรูปแล้วปิดฝาคืนได้ 555555

IMG_7045

ปกติเมนูนี้จะมาเสิร์ฟในช่วงกลางๆระหว่างเรากำลังทานค่ะ เพราะพอเราทานอย่างอื่นหมดแล้วข้าวก็สุกพร้อมทาน 😀

IMG_7056

ลูกเล่นของข้าวหม้อนี้ก็คือเราสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นเมนูได้ทั้งหมด 3 อย่างด้วยกัน ก็คือ

  1. ข้าวอบ
  2. ข้าวยำ
  3. ข้าวต้ม

ซึ่งทั้งสามเมนูนี้เชื่อมั้ยคะว่ามีรสชาติแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พัชแนะนำให้ทานตามลำดับเรียงไปจาก 1-3 เลยนะคะ ซึ่ง ข้าวอบนี่เราก็ตักออกมาจากหม้อแล้วทานได้เลย ส่วนข้าวยำก็ให้ใส่สาหร่าย ขิงดอง และต้นหอมเข้าไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ซึ่งจะทำให้มีรสเปรี้ยวนำค่ะ และเมนูสุดท้ายเลยก็คือข้าวต้ม ให้เราเทน้ำซุปปลาลงไปผสม 😀

IMG_7062

IMG_7081

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานอย่างโมจิที่ทางร้านนวดแป้งและทำไส้เอง ถั่วแดงด้านในจึงไม่หวานโดด ส่วนไอศครีมชาเขียวก็ใช้ชาเขียว Uchiha (ยูจิฉะ) ซึ่งทำให้มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษค่ะ 😀

IMG_7084

IMG_4582

สำหรับร้านนี้พัชให้คะแนนกับความใส่ใจและความคุ้มค่าของราคาเป็นหลักเลย ถ้าใครอยากลิ้มลองความอร่อยที่พัชกับโอ๊ตเพิ่งบรรยายไปข้างบนอย่างลืมติดตามกิจกรรมแจก Voucher ทานอาหารกับร้าน Haru Izakaya & Sushi Bar ในแฟนเพจ Tiny Pach ด้วยนะคะ Happy Eating ค่าทุกท่าน

Location: Haru Izakaya & Sushi Bar @ เลียบทางด่วนรามอินทรา

Score: ◉ ◉ ◉ ◉ ◎

Opening hour: Everyday 11:30-14:00 & 17:00-22:00

Average spend/person: THB 251-500

Contact Number: 02-515-0058-9, 098-278-2266

_______________________

Follow me at:
FB: http://www.facebook.com/tinypach
IG: @tinypach
Website: www.tinypach.com

Advertisements