[Tiny Trip] Let’s Go South Chumphon – Ranong by Tiny Chef

Talking about travelling to the South part of Thailand I am pretty sure most of us would refer to Phuket, Krabi and Koh Samui. Well, we must accept that those places are extremely famous for the gorgeous natural scenery (especially quite popular for outbound tourist). But this time, I got invited from Tourism Authority of Thailand (TAT) to join their trip to Chumphon – Ranong for 4 days 3 nights To be honest, these two provinces were not the ideal city that I wanted to visit but hey who would want to miss the opportunity to open the world right?

ถ้าพูดถึง “ไปเที่ยวใต้” พัชเชื่อว่าหลายๆคนคงจะนึกถึงจังหวัดและสถานที่ดังๆอย่าง ภูเก็ต กระบี่ หรือ เกาะสมุย ไม่เถียงค่ะ จากที่ได้เห็นรูปแล้วสถานที่เหล่านั้นสวยและมีนักท่องเที่ยวไปเยือนเยอะจริงๆ (โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ) แต่ครั้งนี้พัชได้รับคำเชิญชวนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ไปร่วมทริปชุมพร-ระนองเป็นเวลา 4 วัน 3 คืนด้วยกัน ยอมรับกันตรงๆค่ะว่าสองจังหวัดนี้ไม่เคยอยู่ในหัวพัชเลยว่าอยากจะไปเที่ยว แต่โอกาสดีๆแบบนี้เข้ามา ใครจะไม่รีบคว้าไว้จริงมั้ยคะ? (spoil ก่อนเลยว่าหลังจากกลับจากทริปแล้ว กลับไปอีกแน่นอนค่ะ สองจังหวัดนี้เนี่ย)

IMG_0069

[Don Muang Airport สนามบินดอนเมือง – Chumphon Airport สนามบินชุมพร]

Along with 4 other famous travel bloggers (1000MilesJourney, Go!Graph, Chaicatawan and Cold River), we boarded the flight DD7610 (From Donmuang Airport to Chumphon) by Nok Air at 6:00am. For an hour flight I did not expect to receive any complimentary on board but they already prepared free snack and drinking water for us (how sweet !)

พัชกับพี่ๆบล็อกเกอร์ชื่อดังอย่าง พี่หนึ่ง 1000ไมล์, พี่อ้นจู Go!Graph, พี่แซง ชายคาตะวัน และพี่เดี่ยว Cold River พวกเราเดินทางออกจากสนามบินดอนเมืองไปยังชุมพร โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD7610 ตอนเวลา 6 โมงเช้าค่ะ สำหรับการบินระยะสั้นๆพัชไม่ได้คาดหวังว่าเค้าจะมีอะไรแจกผู้โดยสาร แต่ทางสายการบินก็ยังน่ารัก มีการแจกขนมและน้ำดื่มให้ด้วย

IMG_0076-2

IMG_0079-3

[Bang Son Village ชุมชนบ้านบางสน @ Chumphon]

We landed at Chumphon Airport and headed to Bang Son Village which is the fisherman society. Breakfast is calling for us! พวกเรามาถึงสนามบินชุมพรตอน เจ็ดโมงหน่อยๆค่ะ แล้วก็มุ่งหน้าไปยังชุมชนบ้านบางสนเพื่อรับประทานอาหารเช้ากัน พี่ๆเจ้าหน้าที่ได้เตรียมข้าวต้มปลามงเอาไว้ให้พวกเรา พร้อมกับน้ำและขนมอื่นๆ ชื่นใจกันเป็นแถบค่ะ

Contact detail: Khun Somchok (+66) 80 779 1650 and Khun Anong (+66) 81 273 0127

IMG_0108-2 IMG_0099-2 IMG_0111-2

Well, it was the first time for me to board fisherman boat. The staff showed us how and what they do for living. Personally, I think it was quite interesting because tourist (like me) will have a chance to study real fisherman life. หลังจากนั้นพวกเราก็ได้มีโอกาสได้ล่องเรือเพื่อชมวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน จะบอกว่าลมเย็นสบายม๊ากกก

IMG_0143-3

IMG_0162-2 IMG_0163-2

[Mr.Somchok’s house บ้านคุณสมโชค @ Chumphon]

After we finished our short cruise trip, TAT staff (Khun Warit) took us to Mr.Somchok’s house – the leader of Beekeeping association. Mr.Somchok demonstrated how to harvest honey from bees and how they look after the bees. หลังจากที่ทริปล่องเรือสั้นๆของพวกเราจบลงแล้ว เจ้าหน้าที่ททท. คุณวริชก็ได้พาพวกเราไปยังบ้านของคุณสมโชคเพื่อชมวิธีการเลี้ยงผึ้ง

IMG_0194

The thing that makes this honey special and different from others is ‘no general sugar added’. Mr.Somchok is the one who will monitor the quality of all honey. “I know if someone added sugar into the honey, and I will no longer allow those person to use our label on their product because consumers’ health always come first” said Mr.Somchok. สิ่งที่ทำให้พัชอดไม่ได้ที่จะชิมน้ำผึ้งของที่นี่ก็คือ Quality Control ของเค้าค่ะ คุณสมโชคบอกว่าน้ำผึ้งของเราจะไม่ใส่น้ำตาลเข้าไปเพิ่ม และคุณสมโชคจะเป็นคนที่เช็คคุณภาพของน้ำผึ้งทุกขวดเองก่อนวางขาย หากมีการจับได้ว่ามีเกษตรกรครัวเรือนไหนใส่น้ำตาลเพิ่ม ทางกลุ่มจะไม่อนุญาตให้ใช้โลโก้ของพวกเขาอีกเลย ซึ่งวิธีนี้ทำให้เกษตรกรทุกๆครัวเรือนตะหนักถึงสุขภาพของผู้บริโภคมากขึ้น

IMG_0192-2 IMG_0198

[Ban Son Village ชุมชนบ้านบางสน @ Chumphon]

After that we went back to the fisherman village for our lunch. I was impressed by the quality of the ingredient, they were all FRESH ! หลังจากนั้นพวกเราก็กลับมาที่ชุมชนบ้านบางสนอีกครั้งเพื่อทานอาหารกลางวันค่ะ อาหารสดมากกกก ปูนี่เนื้อแน่นแถมหวานอีก โอ้ย To Die For จริงๆ

IMG_0110

IMG_0208-4 IMG_0212-4

[Sand Dune เนินทรายงาม @ Chumphon]

In the afternoon Khun Warit guided us to Sand Dune which is a natural trail (at least 1,000+ years old with the length of 10 kilometre ). This tourist allows you to see clear beach scene from this particular spot. ช่วงบ่ายของวันแรกพี่วริชก็พาพวกเราไปยังเนินทรายงาม ซึ่งเป็นเนินทรายที่ถูกคลื่นลมทะเลพัดมาทับถมกันเป็นระยะเวลานานกว่าพันปี และมีความยาวกว่า 10 กิโลเมตร วิวรอบๆสวยมากค่ะ

IMG_0255-3 IMG_0273-3 IMG_0600-2 IMG_0271

[Thung Wau Laen Beach หาดทุ่งวัวเล่น @ Chumphon]

Another unseen place at Chumphon is ‘Thung Wau Laen’ , a quiet and peaceful beach. We spent like almost 40 minutes there just to walk along the white sand beach and listen to the music of sea wave (one of my favourite moment in this trip hehe) ตกเย็นเหล่าบล็อคเกอร์ก็มีโอกาสได้ไปเยือนหาดทุ่งวัวเล่นซึ่งเป็นหาดทรายที่ยังไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆทั้งสิ้น พวกเราใช้เวลาอยู่ที่นั่นกว่า40นาที เพื่อเดินเลาะริมชายหาด และฟังเสียงเกลียวคลื่นกระทบชายฝั่ง แบบนี้สิถึงเรียกได้ว่ามาพักผ่อนของจริง

IMG_0253-4 IMG_0228

[Nana Beach Resort นานาบีชรีสอร์ท @ Chumphon]

For the first night, we stayed at Nana Beach Resort. It was pretty quiet (or I was too tired :P) I fell asleep within 2-3 minutes after the light was off. คืนแรกพวกเราเข้าพักกันที่นานาบีชรีสอร์ทค่ะ เงียบสงบมาก บริเวณกว้างขวางดี หลับสนิทกันทั้งคืนค่ะ

Contact detail: Nana Beach Resort (+66) 77 622 999 and (+66) 80 530 6674

IMG_0421-4

[Khao Dinsor เขาดินสอ @ Chumphon]

[Day 2] 

We woke up at 4 o’clock the morning to see sunriseat Khao Din Sor, one of the popular tourist spot where they can observe migrating hawk’s. The distance from the bottom to the top is approximate 5 kilometres. It was freezing cold there but we still made it to the top of the mountain and….it’s worth it ! The scenery was stunning, I just do not know how could I fully explain the beauty of what I experienced there. Let’s see the photos by yourself. เช้าวันต่อมาเราตื่นกันตั้งแต่ตี4ค่ะ เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ณ เขาดินสอ ซึ่งเป็นแหล่งที่ช่างภาพและนักดูนกใช้ในการสังเกตเหยี่ยวอพยพค่ะ ระยะทางกว่า5กิโลเมตร แต่คุ้มมากค่ะเมื่อพวกเราขึ้นไปถึงยอดเขา วิวสวยทั้ง 360 องศาจริงๆ

IMG_0358-3 IMG_0361-3 IMG_0383-3

[Khao Matsi เขามัทรี @ Chumphon]

After our (unexpected) morning exercise, we went back to our accommodation, had our breakfast and a quick 1 hour nap before we checked out. The next destination was Khao Matsi, another tourist spot where you can enjoy 360 view of Chumphon. They also have a small cafe that you can taste local coffee which produced by local farmer 🙂 หลังจากที่ออกกำลังกายตอนเช้า(แบบไม่ได้ตั้งใจกันไปเป็นที่เรียบร้อย) พวกเราก็กลับไปทานอาหารเช้าที่นานาบีชรีสอร์ทค่ะ พัชแอบงีบไปด้วย1ชั่วโมง 😛 แล้วก็ออกเดินทางกันต่อไปยังเขามัทรี ซึ่งเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ของชุมพร สามารถมองเห็นชายหาดปากน้ำและชุมชนชาวประมงได้ ที่สำคัญยังมีร้านคาเฟ่เล็กๆให้ชิมและเลือกซื้อกาแฟโรบัสต้าของชุมพรอยู่ด้วยค่ะ

IMG_0541-2 IMG_0566-2

[Kromluang Chumphon Shrine ศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพร @ Chumphon]

Around 11:00am we moved to Kromluang Chumphon Shrine which the historical place located on Haad Sai Ree to make a pilgrimage to him. This is the last place where he stayed before he passed away. เมื่อเวลาได้ประมาณ 11 โมงเหล่าคณะก็ย้ายกันไปที่ศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เพื่อไปสักการะท่านกันค่ะ (ที่นี่พัชถ่ายรูปตอนปิดทองมาแค่รูปเดียวค่ะเพราะรู้สึกว่าทุกคนเค้าสงบกันมากๆจริงๆค่ะ) ที่แห่งนี้เป็นจุดที่เสด็จเตี่ยสิ้นพระชนม์ดังนั้นหาดทรายรีจึงได้ถูกยกให้เป็นที่ตั้งของอนุสรณ์ของท่าน หลังจากที่ไหว้ท่านเสร็จแล้ว พวกเราก็แอบออกมาทานไอศครีมมะพร้าวอ่อนด้านนอก อร่อยอย่าบอกใครเชียว (อ่านรีวิวร้านเพิ่มเติมได้ที่นี่)

IMG_0518IMG_0593 IMG_0594

[Yay Phod ร้านยายปวด @ Chumphon]

For our lunch Khun Warit suggested “Yay Phod” which is the famous local restaurant with an interesting signature dish ‘Stirred Salted fish in coconut milk’. To be honest, the first time I heard how they cook it my mouth just automatically opened and I thought ‘oh boy, that does not sound good’. As a food blogger I had to give it a try D: … the result was ‘it’s extremely DELICIOUS’ lol. After the first bite we all agreed to double the order (even the waitress said it’d took 20-25 minutes to cook, we still insist that WE CAN WAIT hahaha) อาหารกลางวันของวันที่2พวกเราไปที่ร้านยายปวดค่ะ ร้านนี้ถือว่าค่อนข้างมีชื่อเสียงพอสมควรนะคะ ออกรายการทีวีมาแล้วด้วยหลายครั้ง เพราะเมนูอาหารชื่อดังอย่าง “ปลาเค็มผัดกะทิ” ครั้งแรกที่พัชได้ยินชื่ออาหารบอกเลยค่ะ เบะปากทันที จะอร่อยได้ไงอ่ะ แต่ด้วยความที่เป็นบล็อกเกอร์สายอาหาร ต้องชิม ! พอตักเค้าปากเท่านั้นแหละค่ะ “โคตรอร่อยเลย” (ขอหยาบ) มีทั้งรสชาติหวาน มัน เค็ม มันกลอมกล่อมอยู่ในปากเรา แค่ตักคำแรกเข้าปาก ทั้งโต๊ะก็ลงความเห็นกันทันทีเลยค่ะว่าขอสั่งเพิ่มอีก 1 (ถึงแม้พนักงานจะบอกว่าต้องใช้เวลาอีก 20-25 นาที แต่ทั้งโต๊ะก็ยังยืนยันค่ะว่า “รอได้” :P)

IMG_0605

This is our guy ! นี่ไงคะไฮไลท์ของมื้อนี้

IMG_0610 IMG_0591IMG_0585IMG_0583IMG_0581IMG_0572 IMG_0579

[Tam Sabai Resort ตามสบายรีสอร์ท]

The accommodation for our second night in Chumphon was Tam-Sabai Resort, which I booked from https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/region/chumphon-10000170  This place located in the middle of orchard. I really love how they design the resort e.g. funny yet unique room name xD
ที่พักสำหรับคืนวันที่สองคือ ตามสบายรีสอร์ท ซึ่งเป็นที่พักที่ชุมพรพัชจองผ่านทางเวปไซต์ https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/region/chumphon-10000170 ตั้งอยู่ตรงกลางของสวนผลไม้ค่ะ รีสอร์ทนี้มีดีไซน์ที่แตกต่างจากที่อื่นๆก็คือ ชื่อห้องพัก (เช่นหลุมหลบเมีย เอ๊ะยังไง !) แถมยังมีกิจกรรมต่างๆให้กับผู้เข้าพักได้ทำด้วย เช่น พายเรือคายัก รวมไปถึงกิจกรรมฐานต่างๆ เสียดายที่มีเวลาน้อยไปหน่อย อดเล่นเลย D:

Contact detail: Khun Nan (+66) 82 812 8032

IMG_0730-2IMG_0751-2 IMG_0752-2 IMG_0735-2IMG_0736-2

IMG_0743 IMG_0746 IMG_0747

[Tham Singha Coffee Exterprise ชุมชนกลุ่มกาแฟบ้านถ้ำสิงห์]

We left our bags at Tam Sabai Resort and headed to ‘Tham Singha Coffee Group Community Enterprise’ where local farmers manufacture Robusta Coffee. On the premise, they produce instant coffee mixed as well as fresh roasted coffee. Moreover, other fruits such as Durian, Mangosteen, tangerine and zalacca were also planted in the orchard area in order to help the farmers to generate more annual income (those fruits also taste good by the way :P). หลังจากที่พวกเราเอากระเป๋าฝากเอาไว้กับทางรีสอร์ทแล้วก็เดินทางไปยังสวนกาแฟที่บ้านถ้ำสิงห์ค่ะ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกาแฟพันธุ์โรบัสต้า ทั้งแบบ 3 in 1 และ กาแฟสดเป็นถุงๆ (พันธุ์พื้นเมืองของทางภาคใต้) ที่สำคัญนอกจากจะปลูกกาแฟแล้ว ชาวเกษตรกรก็ยังปลูกผลไม้อื่นๆอย่างเช่น ทุเรียน มังคุด ส้มเขียวหวาน และ สละ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับพวกเค้าตลอดทั้งปีอีกด้วย

Contact detail: Khun Nikom Sinpasorn (+66) 89 292 1919

IMG_2254IMG_0775-2 IMG_0781-2IMG_0762-2 IMG_0764-2

[Mr.Virat’s Orchard สวนลุงวิรัช]

We also visited another fruits orchard which owned by Mr.Virat. During the tour he gave us several information about his personal background and other basic knowledge about fruits. He also shown us how he saves the money with a single A4 notebook. He said “we know our income, we also have to know our expense. The more your earn does not always mean you can spend”. คณะททท.ยังได้มีโอกาสไปเยี่ยมสวนผลไม้ลุงวิรัช และชิมสละรสเลิศด้วยค่ะ กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่พัชประทับใจมากจริงๆ (อยากรู้ประทับใจยังไงคลิ๊กอ่านได้ที่นี่)

Credit photo by Cold River IMG_0807-2IMG_0812-2IMG_0821-2IMG_0816-2

[Sabai Sabai Kitchen ครัวสบายสบาย]

For the dinner, we dined at Sabai Sabai Kitchen which is the restaurant of our 2nd night accommodation. To be honest, I enjoyed every dishes as they were not too spicy and more importantly all ingredients were fresh (no fishy smell). Our group were having trouble opening up the crab shell so the resort owner (Khun Nan) volunteered show us a short ‘How to’ get rid of that hard and annoying shell :P. She was so kind and gentle, no wonder why this resort got pretty good reviews on their Facebook Fanpage. สำหรับอาหารค่ำคืนวันที่2 พวกเราทานกันที่ร้านอาหารของรีสอร์ทซึ่งมีชื่อว่า ครัวสบายสบายค่ะ ยอมรับตามตรงว่าพัชชอบอาหารทุกจานเลยจริงๆเพราะเค้าไม่ได้ปรุงรสเผ็ดจนเกินไป และที่สำคัญคือใช้วัตถุดิบที่สดและคุณภาพจริงๆ ปลาไม่เหนียวหรือไม่เหม็นคาวเลย ตอนทานปูพวกเราแกะยังไม่ค่อยเป็นกันค่ะ คุณแนนซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ทจึงอาสาสอนพวกเราว่าต้องทำยังไงบ้าง ไม่อยากจะเชื่อจริงๆค่ะว่าเจ้าของรีสอร์ทจะใจดีและไม่ถือตัวขนาดนี้ ทำให้พัชไม่สงสัยเลยว่าทำไมที่พักแห่งนี้ถึงได้มีแต่รีวิวดีๆบนเฟสบุ๊ค ทั้งๆที่เพิ่งเปิดบริการมาได้แค่6เดือน

IMG_0823IMG_0827IMG_0830IMG_0832IMG_0837
IMG_0825
Crab claw is larger than my chubby face (please excuse my over-happy face :P) ก้ามปูนี่ใหญ่กว่าหน้าพัชอีก 5555 (ขออภัยหากหน้าพัชมันฟินไป :P)

10828104_10205419314710772_8911850478684958507_o (1) IMG_2343

[Day 3]

[Ngam Mee Sri Waterfall น้ำตกงามมีศรี  @ Ranong]

In the next morning when we were on the way to Aiw Mian Village, our group decided to stop at Ngam Mee Sri waterfall and take some photos. I was worried that I might slipped into the waterfall (I think I kinda know my nature thou :P) and….the result is YES SIR I DID FELL INTO THE WATER -*- the water was freezing cold and I only have one dress left in my luggage (which is for tomorrow, how lucky !). เช้าวันต่อมาก่อนที่จะเดินทางไปถึงสวนกาแฟของชนเผ่าอิ๋วเมี่ยน รถตู้สองคันของพวกเราก็ตัดสินใจหยุดพักที่น้ำตกงามมีศรีซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดหมายปลายทางของพวกเราเท่าไรค่ะ ทีแรกพัชก็กล้าๆกลัวๆ รู้นิสัยป้ำๆเป๋อๆของตัวเองดี เลยไม่อยากไปเดินเล่นตรงโขดหินเท่าไร วนเวียนๆอยู่แถวๆฝั่งสักพักก็ไม่ลื่นไม่ล้มอะไร เลยตัดสินใจเดินออกไปไกลอีกสักหน่อย…สักพัก ตู้ม ! เปียกเป็นที่เรียบร้อยจ้า -*-

10873427_326353707570909_2206416030021493555_o

IMG_2362 IMG_2363 IMG_2389

1040386_10205623510771060_2328118625399450815_o

[Aiw Mian Village สวนกาแฟ ชนเผ่าอิ่วเมี่ยน @ Ranong]

Aiw Mian Village is the coffee orchard at Ranong where they grow and produce their own Robusta Coffee. Mr.Gong is the leader of this coffee association. He aims to export traditional Robusta coffee from Ranong to international market and the price will be set by the local farmer not by the middleman. When he first started this community there were only fews household interested in this campaign. However, he still insists to make this dream comes true. Mr.Gong provides basic-advance knowledge about coffee to producer, roaster and consumers. เช้าวันต่อมาพวกเราเดินทางไปยังสวนกาแฟของชนเผ่าอิ๋วเมี่ยน ที่จังหวัดระนองค่ะ ที่นี่เค้าก็มีการปลูกกาแฟโรบัสต้าของพวกเค้าเอง ซึ่งมีคุณก้องเป็นผู้ดูแลกิจการทุกอย่าง คุณก้องตั้งเป้าหมายที่จะส่งออกกาแฟโรบัสต้าของระนองไปยังตลาดโลก โดยที่ผู้กำหนดราคากาแฟคือเกษตรกรผู้ผลิตมิใช่พ่อค้าคนกลาง แรกเริ่มของการก่อตั้งมีเพียงชาวบ้านไม่กี่ครัวเรือนที่สนใจในแนวคิดนี้ แต่คุณก้องก็มิได้ย่อท้อแต่อย่างใด เขายังคงเดินหน้าให้ความรู้เกี่ยวกับกาแฟ ทั้งการปลูก การคัดเมล็ด รวมไปถึงการคั่วกาแฟให้กับ ผู้ผลิต ผู้ชงกาแฟ รวมถึงผู้บริโภคIMG_2417 IMG_2419 IMG_2422 IMG_2445 IMG_2474

I just could not stop smiling when he said “this is the first time that these coffee farmers have opportunity to taste their own coffee product” 🙂 with his strong mind set and clear objective, no wonder why everyone around this area really love and respect this man. หลังจากที่คุณก้องพูดว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ชาวเกษตรกรได้มีโอกาสดื่มกาแฟที่พวกเขาปลูกมาเองกับมือ พัชถึงกับหยุดยิ้มกับประโยคนี้ไม่ได้ ปลื้มใจแทนพวกเขาจริงๆที่มีคนที่ไม่ได้หวังจะเอาเปรียบพวกเขาคอยหนุนหลังและให้ความรู้อยู่ตลอดเวลา จึงไม่ทำให้พัชสงสัยเลยว่าทำไมทุกคนถึงพากันเรียกคุณก้องว่า “ครูก้อง”

IMG_0679

[Tub-Lee bun ซาลาเปาทับหลี @ ฮั่นหยกหย่วน Ranong]

For our early snack we had Tub-Lee bun at Hun Yok Youn because this is where the original recipe was found. The bun was extremely soft, white and fluffy awww I love it :3 only THB 8 each สำหรับของว่างช่วงเช้าพวกเราพากันไปที่ร้านฮั่นหยกหย่วน ซึ่งเป็นเจ้าแรกในตลาดทับหลีและใช้สูตรดั้งเดิมในการทำซาลาเปา ลูกละ 8 บาทเองค่ะ ไส้แน่นๆเน้นๆ ทำให้ชาวคณะททท.อิ่มกันไปตามๆกัน (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่)

IMG_2489 IMG_2491 IMG_2497 IMG_2500

[Gong Valley ก้องวัลย์เล่ย์ @ Ranong]

If you never roast and mash your own coffee before I really recommend you pay a visit to Gong Valley. Mr.Gong will be your supervisor on how to pick the coffee bean from the tree, how to wash them and he will even teach you how to roast and brew your own coffee :D. They also have accommodation available onsite for those who’s looking for unique hostel style. ถ้าหากคุณไม่เคยคั่วและบดกาแฟมาก่อน พัชแนะนำให้ไปเยี่ยมเยียนก้องวัลย์เล่ย์ให้ได้เลยค่ะ เพราะคุณก้องจะเป็นคนสอนเราเองทุกอย่าง ตั้งแต่วิธีและขั้นตอนการเก็บเมล็ดกาแฟจากต้น วิธีการล้างก่อนนำมาคั่วและชงเป็นกาแฟ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาที่ไหนได้ง่ายๆจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นในก้องวัลย์เล่ย์ยังมีที่พักสไตล์ Hostel ให้บริการด้วยค่ะ ซึ่งผู้พักอาศัยจะอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมาก เรียกได้ว่าจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอย่างเต็มที่แน่นอน

Contact detail: Khun Gong (+66)87-268-1285, billythegong@live.com

IMG_2548-2

IMG_2518

IMG_2515 IMG_2536-2IMG_2545-2IMG_2546-2IMG_2554-2 IMG_2559-2

[Koh Pa Yam เกาะพยาม @ Ranong]

It only took us 40 minutes (travel by speed boat) from the Ranong Shore to Koh Pa Yam. This was where we spent our third night on this trip. At Pa Yam resort, they provide free bicycle for their guests to use within the resort area. It is a private beach in Koh Pa Yam, therefore, it was not crowded at all 🙂 จากฝั่งจังหวัดระนองนั่งเรือเร็วมาประมาณ 40 นาทีก็จะถึงเกาะพยายามค่ะ ที่รีสอร์ทพยามมีจักรยานพ่วงให้ปั่นด้วย พัชเองก็ไม่รีรอที่จะขึ้นไปจับจองและยอมขนสัมภาระเข้าที่พักเอง (จริงๆแล้วเป็นหน้าที่ของพนักงานรีสอร์ทค่ะ แต่เรื่องวุ่นๆซนๆนี่ขอให้บอกเถอะ) ปั่นไปหน้าฟินไปดูรูปเอาเองแล้วกัน 5555 หาดนี้เป็นหาดส่วนตัวค่ะ ดังนั้นค่อนข้างเงียบสงบ จะไม่มีบุคคลภายนอกมาเดินพลุกพล่าน

IMG_2566

IMG_2576 IMG_2590

Credit photo from Chaicatawan

Credit photo from P’Zank Chaicatawan

IMG_2581 IMG_2582 IMG_2588 IMG_2595

[Ao Khao Kwai อ่าวเขาควาย @ Koh Pa Yam, Ranong]

Well, some of you may know that I am a dessert freak….it has been like 3 loooooong days for me to live without sweets D: so I decided to ask Khun Boat (TAT staff) if we could stop by at Bluesky resort to have some cake (I told him it will only take 10-15 minutes but we ended up sitting there for 40 minutes -*- I’m sorry my bad). The banoffee pie did not taste that good thou 😦 too sweet and the cream was too rich, but cocktail was just awesome not too strong plus sweet aroma of strawberry hmmmmm (that was why we sat there longer than expected) แฟนเพจบางท่านอาจจะทราบอยู่แล้วว่าพัชเป็นพวก Dessert freak ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าหากขาดของหวานหน้าตาสวยๆนานๆ 3วันที่ออกทริปนั่นอาการเริ่มออกเลยขออนุญาตพี่โบ๊ท เจ้าหน้าที่ททท.หยุดพักแวะทานขนมที่ Blue Sky รีสอร์ทสัก 10-15 นาที (จริงๆแล้วนั่งกันไป40นาทีแหน่ะ ขอโทษค๊า -*-) บานอฟฟี่พายไม่ค่อยประทับใจเท่าไรค่ะ เลี่ยนและหวานไป แต่ค็อกเทลนี่อร่อยใช้ได้เลย หอมกลิ่นสตอเบอร์รี่ดีและใส่แอลกอฮอล์ไม่เยอะไป

IMG_2603IMG_2623IMG_2663

Our second stop on Koh Pa Yam “Ao Kao Kwai” which has approximate 4 kilometres of sand beach. จุดที่สองที่พวกเราหยุดถ่ายรูปก็คือ อ่าวเขาควายที่มีลักษณะโค้งเหมือนเขาควาย ยาวกว่า 4 กิโลเมตรค่ะ
IMG_2689IMG_2690

[Ao Yai อ่าวใหญ่ @ Koh Pa Yam, Ranong]

This is the spot where I filmed my sunset time lapse video (will be available at the end of this review) และที่อ่าวใหญ่นี่แหละค่ะ ที่พัชปักหลักถ่าย Time Lapse ตะวันตกดินอยู่กว่า40นาที เลยไม่มีรูปอื่นๆกับเค้าบ้างเลย -*- (วีดีโอจะอยู่ตอนท้ายของรีวิวค่า)
IMG_0903

[Day 4]

[Pa Yam Resort พยามรีสอร์ท]

In the morning, resort staff already prepared breakfast for us. We had two options which are fish porridge or toasted bread with jam&butter. I actually ordered both lol just could not make up a decision (it was too early for my brain to be functional :P) เช้าวันต่อมาพนักงานรีสอร์ทก็ได้เตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้พวกเราเรียบร้อยแล้วค่ะ จะมีให้เลือกระหว่างข้าวต้มปลากับขนมปังปิ้ง…พัชคิดอยู่นานสองนาน สุดท้ายก็เลือกทั้งสองอย่าง (ก็เค้ากลัวไม่อิ่มอ่ะ) 😛

IMG_2746 IMG_2751

and yes ! a bit of group photo before we say goodbye to this nice little island would be great 🙂 ขอรูปรวมกับพี่ๆเหล่าบล็อกเกอร์นิดนึงงง

IMG_2766

[Kun Lin Restaurant ร้านอาหารคุ้นลิ้น]

As soon as we reached the shore, the old wooden car was already waiting for us 🙂 พอถึงฝั่งก็มีรถม้า เอ้ย รถไม้มารอพวกเราอยู่แล้วค่ะ

IMG_2768

Stronger than it looks โหนได้มิหัก

Stronger than it looks โหนได้มิหัก

For our lunch, we decided to stop at Kun Lin restaurant and again I was stuffed (lol) because everything was delicious and I could not control myselfffff. Seriously, I recommend you try soft shell crab with curry and fried river prawn with tamarind sauce, the taste of those two were just unforgettable. สำหรับอาหารกลางวันของวันสุดท้ายพวกเราไปทานกันที่ร้านอาหารคุ้นลิ้นค่ะ อาหารของที่นี่อร่อยทุกจานที่สั่งมาอีกแล้วจริงๆ พัชชอบมากโดยเฉพาะปูนิ่มผัดผงกะหรี่และกุ้งแม่น้ำซอสมะขาม (เขียนรีวิวย้อนหลังแล้วมันทรมานแบบนี้นี่เอง อยากกิน T^T)
IMG_2783IMG_2789IMG_2792IMG_2797IMG_2800

Bumblebee model in the front of the restaurant หน้าร้านมีหุ่นบัมเบิ้ลบีให้ถ่ายรูปด้วย ตัวสูงจริงๆ
IMG_2779

[Residence of Ranong Governor จวนเจ้าเมืองระนอง @ Ranong]

Another historical place of Ranong, this place used to be the residence of Ranong Governor which was established since 1877. The main building also contains stone inscription written by King Rama V. สถานที่ประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของระนองก็คือจวนเจ้าเมืองระนองค่ะ ที่นี่มีคุณโกศลซึ่งเป็นทายาทของท่านคอซู้เจียง (เจ้าเมืองระนอง) เป็นคนดูแลอยู่ ด้านในอาคารจะมีทั้งแบบจำลองตึกแบบสมัยก่อน รวมถึงแท่นศิลาจารึกที่ได้รับพระราชทานมาจากสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 5 ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีอีกด้วย

Contact Detail: Mr.Koson (+66) 8 1956 0008

IMG_2844

Meaning ‘The Noble Sun’ มีความหมายว่า ‘ดวงตะวันอันสูงส่ง’

IMG_2816

Mr.Koson – The fourth generation of Ranong Governor

IMG_2821IMG_2824IMG_2826IMG_2831

[Natural Hot Spring บ่อน้ำร้อน @ Ranong]

This is what I have been waiting for haha ! HOT SPRING YAYYYYY 😀 It has three different potholes: Father’s pothole, Mather’s pothole and Daughter’s pothole. All three have similar temperature which is 65 °C. In addition, you can visit the hot spring without paying any fees (Spa and Sauna also available, extra charge applied) เวลาที่รอมานานแสนนานนั่นก็คือ แช่บ่อน้ำร้อนค่า เฮ่ ! ที่นี่มีบ่อใหญ่ๆ3บ่อด้วยกันก็คือ บ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูกสาว ทั้ง3บ่อมีอุณหภูมิสูงประมาณ 65°C ค่ะ เราสามารถแช่น้ำได้เลยโดยที่ไม่ต้องเสียค่าผ่านประตูใดๆค่ะ สำหรับผู้ที่อยากจะนวดสปาหรืออบไอน้ำด้วย ก็สามารถใช้บริการได้ที่นี่ด้วยค่ะ (ต้องเสียเงินสำหรับบริการนวดและอบไอน้ำนะคะ)IMG_2877IMG_2880

IMG_2886

semi-selfie 😛 มีมุมกุ๊กกิ๊กให้ถ่ายรูปสวยๆด้วยค่ะ

[Bald Mountain ภูเขาหญ้า @ Ranong]

The last stop before we headed to Ranong Airport was Bald Mountain, only 13 kilometres away from the city. You can visit this tourist attraction anytime of the year, grass will be in brown-gold colour in November-April and green in May-October. สถานที่สุดท้ายที่พวกเราแวะกันก่อนไปสนามบินระนองก็คือภูเขาหญ้าซึ่งไกลจากตัวเมืองระนองเพียงแค่ 13 กิโลเมตรเท่านั้น สำหรับแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้สามารถมาเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปีค่ะ โดยหญ้าจะมีสีน้ำตาล-ทองในเดือนพฤศจิกายน-เมษายน และ เป็นสีเขียวในช่วงเดือน พฤษภาคม-ตุลาคม

IMG_2942IMG_2953IMG_2927IMG_2950IMG_2945

[Ranong Airport สนามบินระนอง]

We travelled back to Bangkok by Nok Air airline DD7319 and arrived at Don Muang airport around 8:10pm. พวกเราเดินทางกลับกรุงเทพด้วยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD7319 และถึงท่าอากาศยานดอนเมืองตอนเวลา สองทุ่มสิบนาที (โดยประมาณค่ะ)
IMG_2961

That is all for Let’s Go South trip and I hope my first ‘Tiny Trip’ with TAT and Nok Air can inspire YOU to pack your stuff, book a ticket and give your heart and body some reward after a long tiring year of work.  หมดแล้วค่าสำหรับTiny Trip Let’s Go South กับ ททท.และนกแอร์ หวังว่าการแบ่งปันครั้งนี้จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนตัดสินใจที่จะให้รางวัลกับตัวเองได้พักผ่อนบ้างนะคะ

Happy Travelling guys !! 😀

Follow me at:

Facebook: www.facebook.com/foodie.tinychef

Instagram: @pachtinychef

Blog: http://www.pachtinychef.wordpress.com

Advertisements